Home เกร็ดน่ารู้ 8 โรคหน้าร้อน อันตรายที่ป้องกันได้
ฉีดยา

8 โรคหน้าร้อน อันตรายที่ป้องกันได้

by admin

ประเทศไทยนับวันจะมีอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะเป็นหน้าฝนหรือหน้าหนาวก็ตาม แต่อากาศก็ร้อนอยู่ดี ยิ่งอากาศอบอ้าว ก็ยิ่งเป็นบ่อเกิดของโรคหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคที่มากับหน้าร้อนโดยตรง หรือโรคที่เกิดจากการทานอาหารที่มีเชื้อโรคปะปน ว่าแต่จะมีโรคอะไรบ้างที่มากับหน้าร้อนนั้น วันนี้เราก็ได้รวมรวมมาให้แล้วกับ 8 โรคหน้าร้อนอันตราย แต่ก็ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับตัวเองและคนที่คุณรักได้ค่ะ

1.ผดร้อน

ในสภาพอากาศที่ร้อนเช่นนี้ หลายๆคนคงเป็นผดร้อน โดยเฉพาะเด็กทารก, ผู้สูงอายุ และคนอ้วน ซึ่งผดร้อนเกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นตามซอกต่างๆของร่างกายที่เสียดสีกัน เช่น รักแร้, หัวเข่า, ขาหนีบ ผดร้อนเป็นอาการที่ไม่อันตราย แต่เมื่อเป็นก็ก่อให้เกิดอาการคันหรือแสบได้เช่นกัน โรคนี้มักจะหายเอง ไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ แต่หากมีผดร้อนเกิดขึ้นเป็นเวลานาน และมีไข้ ตัวเย็นร่วมด้วย หรือมีหนองออกมาจากแผลผดร้อน นั่นอาจเป็นการติดเชื้อต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ผด

วิธีการป้องกัน  ทาคาลาไมน์เพื่อรักษาอาการคัน หากมีอาการอักเสบร่วมด้วย ก็ให้ทายาที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ เพื่อรักษาอาการติดเชื้อที่ผิวหนังและต่อมเหงื่อ นอกจากนี้การสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีก็ช่วยให้ไม่เกิดผดร้อนด้วยเช่นกัน

2.โรคลมแดด

หรือฮีตสโตรก เรามักจะได้ยินข่าวเรื่องที่มีคนเสียชีวิตด้วยโรคลมแดดมากขึ้นทุกๆปี โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานอยู่กลางแจ้งอย่าง ชาวนา ชาวสวน ผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นต้น นั่นเป็นเพราะการตากแดดนานๆ ทำให้ร่างกายได้รับความร้อนมากจนเกินไป แล้วสมองจะไม่ทำงาน จนไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกายได้ อาการที่สังเกตได้คือ เหงื่อจะไม่ออก, ตัวจะร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ, กระหายน้ำ, วิงเวียนศีรษะ, เห็นภาพหลอน, ชักหรือหมดสติ ซึ่งโรคลมแดดจะแตกต่างจากการเพลียแดดทั่วๆไป ตรงที่การเพลียจากแดดจะมีเหงื่อออก หากเกิดอาการดังกล่าวขึ้นควรหยุดพักและรีบพบแพทย์ทันที

วิธีการป้องกัน  หากต้องออกไปทำงานกลางแจ้งในวันที่อากาศร้อนจัด ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร ถึงแม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน น้ำหนักเบา ที่ระบายความร้อนได้ดี แต่หากหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งนานๆได้ ก็ควรหลีกเลี่ยงดีที่สุดค่ะ

3.อาหารเป็นพิษ

พบได้บ่อยมากในช่วงหน้าร้อน เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้อาหารบูดเน่าได้ง่าย อาการของอาหารเป็นพิษจะเกิดขึ้นภายใน 2 – 6 ชั่วโมง หลังทานอาหารที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไป จะปวดท้อง, ท้องเสีย, อาเจียน, เป็นไข้, เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว, อ่อนเพลีย บางครั้งก็มีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย หากมีอาการดังกล่าวควรดื่มน้ำให้มากๆ และดื่มเกลือแร่ด้วย อย่าทานยาเพื่อให้หยุดถ่ายเด็ดขาด เพราะจะเป็นการกักเชื้อให้อยู่ในร่างกาย แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ก็ไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะหากปล่อยให้ร่างกายเสียน้ำไปนานๆ จะทำให้ช็อกจนเสียชีวิตได้

อ้วก

วิธีการป้องกัน  ทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่, ไม่ทานอาหารที่ค้างคืนนานๆ

4.โรคบิด

เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบบ่อยในหน้าร้อน สาเหตุเกิดจากการดื่มน้ำและทานอาหารที่มีเชื้อโรคเข้าไป ถึงแม้จะเป็นเชื้อโรคที่มีเพียงไม่กี่ตัวก็ตาม ก็ทำให้เกิดโรคได้แล้ว จะมีอาการคล้ายกับถ่ายอุจจาระไม่สุด, ถ่ายออกมาเป็นมูก หรือบางครั้งก็เป็นมูกปนเลือด, มีไข้, ปวดท้องเป็นพักๆ ส่วนมากจะพบโรคบิดในพื้นที่ชนบทมากกว่าพื้นที่ในเมือง

วิธีการป้องกัน  ดื่มน้ำและทานอาหารที่สะอาด, ล้างมือทุกครั้งก่อนหยิบจับอาหาร และหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่นด้วยค่ะ

5.โรคพิษสุนัขบ้า

สาเหตุของโรคนี้เกิดจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้ากัด ข่วน หรือเลียบริเวณที่มีแผล โดยสัตว์นำโรคที่พบมากสุดคือ สุนัข รองลงมาเป็นแมว สัตว์เลี้ยงอื่นๆก็พบด้วยเช่นกัน แต่ไม่มากเท่าสุนัขและแมว หากติดเชื้อพิษสุนัขบ้า ระยะแรกจะรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกาย, มีไข้ต่ำๆ, เบื่ออาหาร, รู้สึกคันและปวดบริเวณที่โดนกัด จากนั้นจะรู้สึกกระสับกระส่าย, กลัวน้ำ, กลัวแสง, กลัวเสียง บางรายอาจถึงขั้นชัก หมดสติเลยก็มี ที่น่ากลัวคือโรคนี้ยังไม่มียารักษา ทำให้คนที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าเสียชีวิตเกือบทุกรายภายใน 2 – 7 วันหลังแสดงอาการ

สุนัข

วิธีการป้องกัน  ระวังอย่าให้สุนัขหรือแมวกัดเด็ดขาด และใครที่เลี้ยงสัตว์เหล่านี้ ควรพาน้องๆไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าด้วย ที่สำคัญเลยคืออย่าปล่อยให้สัตว์เลี้ยงมีลูกมาก ควรจัดทำหมันทั้งตัวผู้ตัวเมีย

6.โรคไข้ไทฟอยด์

หรือโรคไข้รากสาดน้อยติดต่อได้จากการปนเปื้อนของเชื้อในอาหารหรือน้ำดื่ม เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีไข้สูง ทานยาลดไข้ก็ไม่หาย รู้สึกคลื่นไส้, อาเจียน, ปวดท้อง, อ่อนเพลีย, ปวดศีรษะ หากไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์โรคก็จะเข้าสู่ระยะที่สอง คือ ไข้ขึ้นสูง, เพ้อ, หัวใจเต้นช้า, กระสับกระส่าย บางครั้งก็มีจุดแดงเกิดขึ้นคล้ายกับยุงกัดที่หน้าอกส่วนล่างและท้อง, ท้องเสียบ่อย, ม้ามและตับโตผิดปกติ หากรักษาทันก็จะกลับมาหายเป็นปกติได้

วิธีการป้องกัน  งดทานอาหารสุกๆดิบๆ, ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จ รวมถึงเมื่อต้องเดินทางไปยังพื้นที่ระบาดของโรคหรือมีคนใกล้ชิดเป็นพาหะของโรค ก็ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์ไว้ด้วยค่ะ

7.โรคไวรัสตับอักเสบ ชนิดเอ

โรคนี้ใกล้ตัวเรามาก ติดต่อได้จากการทานอาหาร ดื่มนม หรือน้ำที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งอย่างน้ำลาย หรืออุจจาระของคนที่มีเชื้อโรคนี้ อาการของโรคไวรัสตับอักเสบ ชนิดเอ คือ มีไข้, คลื่นไส้, อาเจียน, ตาเหลือง, ตัวเหลือง บางรายก็มีอาการคันตามผิวหนังด้วย คนที่เป็นโรคนี้อาจไม่มีอาการแสดงหรือมีอาการแสดงน้อย แต่ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการนานหลายเดือนเลยล่ะ

วิธีการป้องกัน  รักษาสุขภาพอนามัยของตนเอง ที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้ดี, ทานอาหารที่ปรุงสุก, ล้างมือก่อนทานอาหารทุกครั้งด้วยค่ะ

8.อหิวาตกโรค

เป็นโรคที่อันตรายควรระวังเป็นอย่างยิ่ง โรคนี้ทำให้ท้องร่วงอย่างเฉียบพลัน แล้วร่ายกายก็จะสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็วจนถึงขั้นอันตราย สาเหตุก็มาจากการติดเชื้อแบคทีเรียภายในลำไส้ ในรายที่มีอาการรุนแรงและได้รับการรักษาไม่ทันเวลาก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตภายใน 2 – 3 ชั่วโมงได้เลย ในประเทศไทย โรคอหิวาตกโรคถือเป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความต่อเจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 เพื่อให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขเฝ้าระวังการระบาดอย่างใกล้ชิด

แมลงวัน

วิธีการป้องกัน  หลีกเลี่ยงการทานอาหารสุกๆดิบๆ, รักษาสุขภาพอนามัยของตัวเองอยู่เสมอ, หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยโรคอหิวาตกโรค หากต้องสัมผัสจริงๆก็ให้สวมถุงมือทุกครั้ง แต่หากเผลอสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการฉีดวัคซีนป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรค

หากเราดูแลตัวเองให้ดี ทั้งอาหารการกิน, สุขอนามัย และการใช้ชีวิต ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเหล่านี้ไปได้เช่นกัน

 

Related Posts