Home เกร็ดน่ารู้ 5 อาการบาดเจ็บที่พบจากการวิ่ง เคยเป็นกันหรือไหม?

5 อาการบาดเจ็บที่พบจากการวิ่ง เคยเป็นกันหรือไหม?

by admin

 

คนในปัจจุบันเริ่มหันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น การวิ่งถือเป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจากสามารถทำได้คนเดียว ในการวิ่งจะต้องหมั่นฝึกฝนร่างกายในทุก ๆ วัน ทำให้มีโอกาสที่เกิดความผิดพลาดได้เสมอ อาการบาดเจ็บที่พบจากการวิ่งนั้นสาเหตุอาจจะมาจากการวิ่งที่ไม่ถูกวิธี ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มวิ่ง หรือนักวิ่งที่มีประสบการณ์แล้ว ก็สามารถเกิดอาการบาดเจ็บเหล่านี้ขึ้นได้

กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ (Runner’s Knee)

เป็นอาการบาดเจ็บบริเวณสะบ้าหัวเข่า เนื่องจากข้อเข่าประกอบด้วยกระดูก 3 ส่วน คือ กระดูกหน้าแข้ง กระดูกต้นขา และกระดูกสะบ้า โดยมีกระดูกอ่อนหุ้มไว้เรียกว่ากระดูกอ่อนผิวข้อ ทำหน้าที่ลดการเสียดสีขณะเคลื่อนไหว ถ้าบริเวณกระดูกอ่อนนี้เกิดการอักเสบจะทำให้รู้สึกเจ็บ มีอาการปวดเข่าโดยเฉพาะด้านหน้าเข่า และมักจะปวดในท่าที่งอเข่า สาเหตุจากการวิ่งในลักษณะขึ้น-ลงเขา การเพิ่มระยะทางการวิ่ง พบในคนกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง คนเท้าแบน แล้วคนที่มีน้ำหนักมาก

เอ็นรองฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Fasciitis)

ผู้ที่เป็นโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ จะมีอาการปวดและกดเจ็บบริเวณส้นเท้า ในระยะแรกอาจเกิดอาการภายหลังการออกกำลังกาย เดิน หรือยืนนาน ๆ แต่ถ้าอาการมากขึ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดส้นเท้าอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็น ๆ หาย ๆ ถ้าปล่อยไว้อาจเกิดอาการเจ็บปวดส้นเท้าเรื้อรัง  และส่งผลกระทบอย่างมากกับการทำกิจวัตรประจำวัน อาจมีหินปูนเกิดขึ้นบริเวณกระดูกส้นเท้าที่เอ็นฝ่าเท้ายึดเกาะอยู่  นอกจากนี้อาจทำให้เกิดอาการปวดข้อเท้า / ปวดเกร็งและตึงของกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวาย เนื่องจากจังหวะการเดินหรือลงน้ำหนักที่ผิดปกติไปจากอาการเจ็บส้นเท้า

เอ็นต้นขาด้านข้างอักเสบ (Iliotibial Band Syndrome : IT Band)

จัดว่าเป็นโรคยอดฮิตของนักวิ่งเลยก็ว่าได้ Iliotibial Band เป็นเอ็นที่อยู่ด้านข้างของกล้ามเนื้อต้นขา ทุกครั้งที่วิ่ง จะมีการหด และยืด ทำให้เกิดการเสียดสีกับกระดูก Lateral Epicondyle  ซํ้า ๆ กันจนเกิดการอักเสบแล้วปวดในที่สุด มีอาการเจ็บที่สะโพกด้านข้าง ต้นขาด้านข้าง และเข่าด้านข้าง วิ่งไปได้สักระยะหนึ่งจึงจะเริ่มปวดถ้ายังคงฝืนวิ่งต่อไปอาการปวดจะรุนแรงมากขึ้นจนไม่สามรถวิ่งต่อไหว

กล้ามเนื้อหน้าแข้งอักเสบ (Shin Splints)

บริเวณที่บาดเจ็บมักจะเกิดได้ 2 ที่คือ ปวดทางด้านหน้าของหน้าแข้ง และปวดทางด้านในของหน้าแข้ง ซึ่งอาการปวดนั้นอาจจะเกิดได้ทั้งจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ พังผืด หรือกระดูกหน้าแข้ง โดยเฉพาะหลังวิ่ง สาเหตุมาจากการเพิ่มระยะเวลาการวิ่ง นอกจากนี้คนที่มีเท้าแบนหรือวิ่งบนพื้นผิวที่แข็งเกินไป รวมทั้งการใส่รองเท้าที่สึกหรอ หมดสภาพก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหน้าแข้งอักเสบได้

เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles Tendinitis)

เป็นการอักเสบบริเวณเอ็นร้อยหวายที่เป็นเอ็นเชื่อมต่อจากกล้ามเนื้อน่องไปจนถึงกระดูกส้นเท้า มีอาการเจ็บ บวมแดง บริเวณเอ็นร้อยหวาย อาจเจ็บลามไปถึงกล้ามเนื้อน่อง สาเหตุหลักเกิดจากเอ็นร้อยหวายไม่ยืดหยุ่น ขาดการยืดเหยียด ที่พอเพียงก่อนการวิ่ง รวมทั้งการเพิ่มระยะเวลาและระยะทางอย่างรวดเร็วเกินไป

5 อาการบาดเจ็บที่พบจากการวิ่ง เคยเป็นกันหรือไหม? 2

 

การดูแลตนเองเมื่อได้รับการบาดเจ็บจากการวิ่งนั้นสามารถให้การปฐมพยาบาลได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้หลัก RICE คือ Rest, Ice, Compression และ Elevation

  • R (Rest) หมายถึง การพักทันที่เมื่อมีการบาดเจ็บเกิดขึ้น คือ หยุดเล่น ไม่ฝืนเล่นต่อ
  • I (Ice) หมายถึง การใช้น้ำแข็งประคบส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ ความเย็นจะช่วยลดอาการบวม และการประคบน้ำแข็งควรทำทันทีหลังเกิดอาการบาดเจ็บ ให้ทำครั้งละ 10-30 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ภายใน 48 ชม.
  • C (Compression) หมายถึง การใช้ผ้ายืดพันกระชับส่วนที่บาดเจ็บไว้ไม่ให้บวมเพิ่มมากขึ้น
  • E (Elevation) หมายถึง การยกส่วนนั้นสูงกว่าระดับหัวใจ เช่น ยกขาสูง เพื่อให้เลือดไหลลงได้สะดวก เป็นการช่วยลดอาการบวม

การบาดเจ็บจากการวิ่งสามารถป้องกันให้เกิดขึ้นน้อยลงได้ ด้วยวิธีตรวจสภาพร่างกายตนเองบ่อย ๆ และเตรียมความพร้อมทั้งก่อน และหลังวิ่งอย่างดี ไม่ควรฝึกซ้อมหักโหมจนเกินไป รวมถึงการเลือกใส่รองเท้าที่เหมาะสมกับลักษณะการวิ่งของตัวเอง หลังจากนี้อาการบาดเจ็บก็จะไม่มากวนใจเหล่านักวิ่งทั้งหลายได้อีกต่อไป

ขอบคุณที่มารูป: fumibooks

Related Posts