Home เกร็ดน่ารู้ อันตรายจากอะฟลาท็อกซิน เชื้อราตัวร้ายที่พบได้ในอาหาร
เชื้อรา

อันตรายจากอะฟลาท็อกซิน เชื้อราตัวร้ายที่พบได้ในอาหาร

by admin

อะฟลาท็อกซินคืออะไร ทำไมจัดว่าเป็นสารอันตรายที่ส่งผลกระต่อสุขภาพอย่างมาก? เพราะเชื่อว่าชื่อนี้คงมีคนเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วแต่อาจจะยังไม่รู้จักกันมากนัก วันนี้จึงอยากพามารู้จักอะฟลาท็อกซินกันให้มากขึ้น ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างไรบ้าง

Raw food

อะฟลาท็อกซิน

อะฟลาท็อกซิน เป็นเชื้อราอันตรายที่พบได้บ่อยในอาหารดิบ เกิดจากเชื้อราชนิด Aspergillus parasiticus หรือ Aspergillus flavus สามารถพบได้ทั่วโลกแต่จะพบมากในเขตร้อนชื้น ที่อันตรายก็เพราะว่าเป็นสารก่อก่อมะเร็งและยังกำจัดได้ยาก ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยความร้อนเหมือนเชื้อโรคหรือสารพิษทั่วๆไป เพราะทนความร้อนสูงถึง 260 องศาเซลเซียส อาหารที่พบการปนเปื้อนของอะฟลาท็อกซินบ่อยๆได้แก่ พริกแห้ง หอม กระเทียม ข้าวโพด ถั่ว เครื่องเทศต่างๆ เป็นต้น ซึ่งสามารถพบได้ตั้งแต่ก่อนจนถึงหลังเก็บเกี่ยว แต่ว่าจะพบมากหากเก็บเกี่ยวแล้วเก็บรักษาไม่เหมาะสม นอกจากร่างกายจะรับเข้าไปได้โดยการรับประทานแล้ว อะฟลาท็อกซินยังสามารถลอยไปตามอากาศและเข้าสู่ร่างกายโดยตรงจากการสูดดมได้ ทั้งนี้ไม่มีคนหรือสัตว์ชนิดให้มีภูมิต้านเชื้อราประเภทนี้ ดังนั้นหากสัตว์ได้รับอะฟลาท็อกซินผ่านทางอาหาร จะถ่ายทอดการปนเปื้อนมาถึงผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ได้ เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ เป็นต้น

อันตรายจากอะฟลาท็อกซิน

เชื้อราตัวนี้เรียกว่าร้ายกาจมากๆ มีผลกระทบต่อร่างกายค่อนข้างรุนแรงหากได้รับในปริมาณมาก เช่น

  • ในเด็กทารก จะทำให้พัฒนาการช้า เจริญเติบโตช้า ตับถูกทำลาย เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับได้ และถึงแม้ผู้ใหญ่จะแข็งแรงกว่า แต่ก็เสี่ยงเป็นมะเร็งตับได้เช่นเดียวกัน
  • สติปัญญาบกพร่อง
  • หากได้รับในขณะตั้งครรภ์ ลูกจะเสี่ยงออกมาพิการตั้งแต่กำเนิด
  • โรคตับอักเสบเฉียบพลัน
  • ตับวายหากได้รับเกินขนาด

ป้องกันตัวเองจากอะฟลาท็อกซินได้อย่างไร

โดยส่วนมากแล้วมนุษย์จะได้รับสารอะฟลาท็อกซินผ่านการปนเปื้อนจากอาหาร โดยเฉพาะผลิตผลทางการเกษตรที่มีการเก็บรักษาไม่ดี เก็บไว้ในที่ที่มีความชื้นสูง จะทำให้เชื้อราประเภทนี้เจริญเติบโตได้ง่าย เมื่อนำไปประกอบอาหาร อาหารนั้นก็จะปนเปื้อนตามไปด้วย แต่ว่าเราสามารถลดปริมาณอะฟลาท็อกซินได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • เลือกซื้ออาหารที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีสภาพเรียบร้อยสมบูรณ์ไม่มีร่องรอยฉีกขาดหรือมีมดแมลงอยู่ด้านใน ฉลากมีบอกถึงส่วนประกอบอย่างชัดเจน สินค้ามีคุณภาพ มีมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นอาหารสด ก็เลือกให้ดี เน้นสดใหม่ สะอาด ไม่มีกลิ่นอับหรือกลิ่นเหม็น
  • ซื้อในปริมาณที่พอดี จะได้ไม่ต้องเก็บรักษานานๆ เพราะว่ามีโอกาสที่เราจะเก็บไม่ดีจนทำให้เชื้อราขึ้นที่อาหารได้
  • จัดเก็บอาหารในที่แห้งและเย็น
  • เพิ่มขั้นตอนการทำอาหารเช่น ปอกเปลือกกระเทียมหรือหอมแล้วนำไปล้างก่อนปรุงอาหาร จะช่วยลดปริมาณอะฟลาท็อกซินลงได้
  • ปรุงอาหารด้วยความร้อนสูงอาจช่วยลดปริมาณได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่มากเพราะเป็นเชื้อราที่ทนความร้อนสูง
  • ล้างผักผลไม้ให้สะอาด โดยจะนำแช่น้ำปูนใส ด่างทับทิมหรือผงฟูก็ได้ จะช่วยลดปริมาณลงได้เช่นเดียวกัน
  • ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรบางชนิด เช่น พริกแห้ง หอม กระเทียม ถั่วต่างๆ แนะนำให้นำไปตากแดดก่อน จะช่วยไล่ความชื้นออกไป ลดการเจริญเติบโตของเชื้อราได้

จริงๆแล้วอะฟลาท็อกซินเป็นเชื้อราอันตรายที่อยู่ใกล้ตัวเรามากๆ เป็นสารพิษอันดับต้นๆที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ ดังนั้นต้องระมัดระวังกันให้ดีในเรื่องการเลือกซื้อและจัดเก็บอาหาร อย่างไรก็ตามเน้นรับประทานอาหารที่สุกสะอาดและสดใหม่จะปลอดภัยต่อร่างกายมากที่สุด

 

 

Related Posts