Home เกร็ดน่ารู้ รู้เท่าทันไข้เลือดออก 2019 ภัยเงียบอันตราย ที่รู้ไม่ทันจะหมายถึงชีวิต
ยุง

รู้เท่าทันไข้เลือดออก 2019 ภัยเงียบอันตราย ที่รู้ไม่ทันจะหมายถึงชีวิต

by admin

โรคไข้เลือดออกเป็นอีกหนึ่งโรคที่มักจะระบาดกันในฤดูฝน เพราะเป็นช่วงที่มีน้ำขังได้ง่าย เหมาะแก่การแพร่พันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะสำคัญของโรคไข้เลือดออก โรคนี้ดูเหมือนไม่อันตรายอะไรมากนัก แต่ถ้ารู้ไม่ทันหรือปล่อยปละละเลยไม่เข้ารับการรักษา ก็อาจเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องระวังตัวเองไม่ให้ถูกยุงกัด แต่ในบางพื้นก็หลีกเลี่ยงการถูกยุงกัดได้ยาก ดังนั้นมาศึกษาอาการของไข้เลือดออกกันค่ะ เพื่อที่จะได้ใช้สังเกตการณ์และเฝ้าระวัง หากตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการจะสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที

ไข้เลือดออก 2019

โรคไข้เลือดออก 2019

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ มีพาหะนำโรคคือยุงลาย เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาการมีหลายระดับตั้งแต่เล็กน้อยไปถึงรุนแรงจนสามารถเสียชีวิตได้หากรักษาไม่ทัน ที่มาของชื่อโรคเกิดจากเมื่อโรคพัฒนาไปจนถึงระยะหนึ่งแล้วจะมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังทั่วร่างกายนั่นเอง

อาการ

อาการของโรคนี้จะแสดงออกมากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคและความแข็งแรงของผู้ป่วย หากเป็นผู้ใหญ่ที่สุขภาพแข็งแรงดีและเป็นโรคในระดับไม่รุนแรง อาจจะไม่ปรากฏอาการใดๆเลย แต่ถ้าหากมีอาการ ในระยะแรกมักมีอาการดังนี้

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน หรือไข้ลอยสูงๆต่ำๆ แต่ไม่หายประมาณ 3-5 วัน
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ
  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • อาการโดยรวมอาจคล้ายไข้หวัด แต่จะไม่มีอาการมีน้ำมูกหรือเจ็บคอ
  • หากมีไข้มาแล้ว 3-5 วันอาจมีผื่นคันขึ้นตามผิวหนัง
  • มีจุดเลือดออกเล็กน้อย เช่น เลือดออกตามไรฟัน
  • ปวดท้องข้างขวาจากอาการตับอักเสบ

เมื่อโรคพัฒนามาจนถึงภาวะเลือดออก จะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น สำหรับอาการในระยะนี้มีดังนี้

  • ปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียนติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน
  • มีไข้สูงติดต่อกันหลายวัน หรือเคยมีไข้สูงมาก่อนหน้านี้
  • เลือดออกภายในร่างกาย สังเกตได้จาก มีรอยฟกช้ำตามผิวหนังอย่างไม่มีสาเหตุ นอกจากนี้ยังอาจจะมีอาการเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟันปริมาณมาก ปัสสาวะปนเลือด อาเจียนเป็นเลือด หรือเลือดออกจากช่องคลอดได้
  • ตัวเย็นผิดปกติ
  • อ่อนเพลียมาก ทานอาหารไม่ได้
  • เซื่องซึมหรือกระสับกระส่าย หายใจลำบาก
  • เกล็ดเลือดต่ำมาก
  • เริ่มมีปรากฏสัญญาณของการช็อค เช่น ชีพจรเต้นเร็วแต่อ่อน สับสน มึนงง ตัวซีด อุณหภูมิร่างกายลดต่ำกว่าปกติ

และถ้าโรคพัฒนามาถึงระยะช็อค ผู้ป่วยอาจจะมีอาการเลือดออกเยอะ ง่วงซึมอย่างมาก กระสับกระส่าย ชีพจรเต้นเร็วแต่อ่อนมากและอาจช็อคได้ เป็นระยะของโรคที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิตหากได้รับการรักษาที่ไม่ถูกวิธี

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออกยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ ทำได้เพียงรักษาตามอาการและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การดูแลผู้ป่วยโรคนี้ทำได้โดยการให้ทานยาพาราเซมอลเพื่อบรรเทาปวดและลดไข้ แต่ห้ามทานยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟนและนาพร็อกเซนอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เลือดออกง่ายได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยต้องดื่มน้ำเยอะๆ ไข้จะลดลงไว ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำได้ พยายามทานอาหารให้มากๆแต่อย่าทานอาหารที่มีสีดำสีแดง เพราะเวลาอุจจาระมาแล้วอาจดูไม่ออกว่านั่นเป็นอาหารที่ทานเข้าไปหรือมีเลือดปนออกมาด้วยจริงๆ

อย่างไรก็ตามหากมีพบว่าเป็นไข้ ควรดูแลรักษาตัวเองเบื้องต้นโดยการเช็ดตัว ดื่มน้ำเยอะๆและพักผ่อนให้เพียงพอก่อน หากมีไข้สูง ทานได้เฉพาะยาพาราเท่านั้น ทั้งนี้เมื่อผ่านไป 3-4 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเท่านั้น ห้ามไปฉีดยาตามคลินิกเด็ดขาด นอกจากนี้หากมีอาการรุนแรง เช่น อาเจียนเป็นเลือด ปวดท้องมาก เลือดกำเดาไหลตลอดเวลา ให้รีบไปแพทย์ทันที เพราะอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

 

 

Related Posts