Home เกร็ดน่ารู้ มนุษย์ออฟฟิศต้องดูแลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลจากอาการตาล้า
ตาแดง

มนุษย์ออฟฟิศต้องดูแลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลจากอาการตาล้า

by admin

ปัจจุบันสามาร์ทโฟนไม่ต่างอะไรจากปัจจัยที่ 5 ของคนยุคนี้ บางคนตื่นมาก็คว้าโทรศัพท์แล้ว ก่อนนอนก็เล่นจนหลับคามือ ทำให้อาการตาล้าเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยมากในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังพบได้ในกลุ่มมนุษย์ออฟฟิศที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานๆด้วย อย่างไรก็ตามปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงอะไร อีกทั้งยังสามารถป้องกันได้หากเราใช้อุปกรณ์เหล่านั้นอย่างถูกวิธี

ตาล้ามีอาการอย่างไร

โดยปกติแล้วก็จะมีอาการปวดบริเวณดวงตา ส่วนสาเหตุก็มาจากการจ้องหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานานนั่นเอง แต่ว่านอกจากปวดตาแล้วก็ยังมีอาการอื่นๆที่บ่งบอกได้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนี้

  • ปวดศีรษะมาก
  • แสบตา ตาไวต่อแสง ลืมตาลำบาก
  • มองเห็นภาพซ้อน
  • มองเห็นภาพไม่ชัด
  • คันตา
  • ตาแห้ง มีน้ำตาไหลมากกว่าปกติ
  • ปวดกว้างๆบริเวณต้นคอ หัวไหล่หรือแผ่นหลังช่วงบน โดยไม่สามารถบอกได้ว่าปวดบริเวณใดกันแน่
  • ไม่มีสมาธิ

ดวงตา

กลไกการเกิดอาการตาล้า

โดยปกติแล้วคนเรามักจะกระพริบตาประมาณ 15 ครั้งต่อนาที การกระพริบตาจะช่วยให้ตาได้พัก น้ำตาจะเคลือบทั่วลูกตา ทำให้ชุ่มชื่น ไม่แห้ง ไม่แสบตา แต่เวลาเรามองจอ เรามักจะเพ่งมากเกินไปทำให้กระพริบน้อยลงมาก ตาจึงแห้งและรู้สึกระคายเคืองได้ ทั้งนี้ความเข้มของแสง ความสว่างของจอและระยะเวลาในการดูจอก็มีผลทำให้ตาล้าได้เช่นเดียวกัน

การป้องกันอาการตาล้า

ถึงแม้อาการตาล้าจะพบได้บ่อย แต่เพราะอุปกรณ์เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน จึงหลีกเลี่ยงที่จะใช้ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ว่าเราสามารถป้องกันอาการตาล้าได้ ถ้าเราต้องปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง ดังนี้

1.ใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนอย่างเหมาะสม

หากเป็นคอมพิวเตอร์ เมื่อนั่งทำงานต้องมีระยะห่างระหว่างดวงตากับหน้าจอย่างน้อย 25 นิ้ว โดยที่จอคอมพิวเตอร์ต้องตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 10-15 องศา สำหรับมือถือก็แค่เพียงอย่าเพ่งมองใกล้จอเกินไปเท่านั้น ส่วนระยะเวลาการใช้งาน ควรมีการพักสายตาทุกๆ 15 นาทีไม่ว่าจะมองจออะไรก็ตาม ถ้าไม่สามารถพักบ่อยๆได้ แนะนำให้เปลี่ยนเป็นพักสายตาสัก 15 นาทีเมื่อใช้งานจอเหล่านี้ครบ 2 ชั่วโมง ในระหว่างใช้งานก็อย่าลืมกระพริบตาบ่อยๆ เพื่อช่วยคงความชุ่มชื่นให้ดวงตา

เล่นเกมส์มือถือ

2.ตั้งค่าหน้าจอให้เหมาะสมต่อการใช้งาน

เช่น ปรับความสว่างหน้าจอให้พอดี ไม่เข้มหรือสว่างกว่าแสงธรรมชาติมากเกินไป ปรับขนาดตัวหนังสือให้พอดี มองแล้วสบายตา ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ติดแผ่นกรองแสงที่จออุปกรณ์เพื่อให้แสงจ้าน้อยลง เป็นต้น

3.สภาพแวดล้อมต้องเหมาะสม

โดยเฉพาะความสว่างจากแสงธรรมชาติ ต้องมีมากเพียงพอ ห้ามปิดไฟแล้วใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นอันขาด เป็นอันตรายกับดวงตาอย่างมากในระยะยาว

4.ใช้น้ำตาเทียม

ในรายที่ตาแห้งมากๆ อาจต้องใช้น้ำตาเทียมมาช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ดวงตา แต่ว่าไม่แนะนำให้ใช้แบบเป็นประจำ เพราะอาจส่งผลต่อการหลั่งน้ำตาของต่อมน้ำตาได้ อย่างไรก็ตามอย่าลืมปรึกษาเภสัชกรก่อน เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการใช้และปริมาณที่เหมาะสมในการใช้งาน

หยอดน้ำตาเทียม

สำหรับใครที่ประสบกับปัญหาตาล้าจากการมองหน้าจอบ่อยๆ ลองปฏิบัติตามคำแนะนำด้านบนดู รับรองว่าอาการดีขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ใครที่ต้องทำงานในลักษณะนี้หรือต้องใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอบ่อยๆ แนะนำให้ไปตรวจสายตาประจำปี เพราะถ้าหากมีความผิดปกติอื่นใด จะได้เข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

Related Posts