Home เกร็ดน่ารู้ ประกันสุขภาพแตกต่างต่างจากประกันชีวิตอย่างไร
สงสัย

ประกันสุขภาพแตกต่างต่างจากประกันชีวิตอย่างไร

by admin

ประกันสุขภาพแตกต่างต่างจากประกันชีวิตอย่างไร

ใครเคยถูกเชิญชวนให้ทำประกันบ้าง เชื่อว่ามีกันหลายคนแน่นอน การทำประกันนั้นมีหลากหลายรูปแบบจนฟังแล้วอาจจะมึนงงได้ ใครที่กำลังสนใจจะทำประกันอยู่แต่ไม่รู้จะทำแบบไหนดี ลองมาศึกษาข้อมูลกันก่อนเพื่อเป็นแนวทางที่ดีในการตัดสินใจค่ะ

การทำประกันมีประโยชน์อย่างไร

ตลอดช่วงชีวิตของคนเรามีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะการเจ็บป่วย อุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งการทำประกันจะช่วยกระจายความเสี่ยงทางด้านการเงินได้ แทนที่จะต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ด้วยตัวเอง บริษัทประกันก็จะรับความเสี่ยงนั้นเอาไว้บางส่วนและช่วยจ่ายเงินชดเชยให้ตามเงื่อนไขที่คุณได้ทำประกันเอาไว้ มันจึงช่วยลดปัญหาทางการเงินที่จะเกิดขึ้นได้ แต่ก่อนที่จะได้รับความคุ้มครองแบบนี้ ก็ต้องเสียเบี้ยประกันตามเงื่อนไขของบริษัทประกันด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามการทำประกันมีหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมทำกันมากคือประกันสุขภาพกับประกันชีวิต ซึ่งจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป ดังนี้

ประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพคือประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองในเรื่องการชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากค่ารักษาพยาบาลทั้งที่มีสาเหตุจากความเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ ซึ่งจะรวมไปถึงเงินชดเชยรายวันหากต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วย โดยประกันสุขภาพจะมีหลายประเภทให้เลือกตามความต้องการของผู้บริโภค แต่มีข้อแม้คือ ซื้อสัญญาเพิ่มเติมไม่ได้ ซึ่งแต่ละประเภทก็จะให้ความคุ้มครองแตกต่างกันดังนี้

  • ประกันสุขภาพผู้ป่วยใน (IPD) คือประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่ผู้ทำประกันได้รับคำวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ทั้งนี้คุ้มครองครอบคลุมไปถึงกรณีของสถานพยาบาลที่รับรักษาผู้ป่วยแต่ผู้ป่วยเสียชีวิตภายใน 6 ชั่วโมงด้วย
  • ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD) คือประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่เข้ารับการรักษาแต่ไม่ต้องนอนพักในโรงพยาบาล ซึ่งจะเป็นการเจ็บป่วยแบบไม่รุนแรงหรือการเข้ารับบริการเล็กๆน้อยๆอย่างการฉีดวัคซีน เป็นต้น
  • ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง (ECIR) โดยประกันจะให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับโรคร้ายแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นเวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น ทั้งนี้ครอบคลุมถึงกรณีการเกิดอุบัติเหตุแบบร้ายแรงด้วย
  • ประกันอุบัติเหตุ (PA) เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองในเรื่องอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว ซึ่งคุ้มครองตั้งแต่การเกิดอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆที่รักษาโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล รวมไปถึงอุบัติเหตุร้ายแรงจนกระทั่งต้องทุพพลภาพหรือเสียชีวิตด้วย โดยทางบริษัทประกันนั้นจะเป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลและจ่ายค่าสินไหมทดแทนกับผู้ทำประกันด้วยในกรณีต้องสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพหรือเสียชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุ
  • ประกันชดเชยรายได้ เป็นประกันที่จะจ่ายเงินสินไหมทดแทนรายได้รายวันในขณะที่ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลโดยไม่สามารถทำงานได้ อย่างไรก็ตามประกันประเภทนี้ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงค่ารักษาพยาบาลหรือค่าสินไหมทดแทนจากการบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

ประกันชีวิต

การทำประกันชีวิตคือการทำประกันที่ให้ความคุ้มครองหากทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ เสียชีวิตหรือเสียรายได้เมื่อถึงคราวแก่ชรา ซึ่งผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นบริษัทประกันจะให้กับผู้เอาประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ที่ผู้เอาประกันกำหนดไว้ก็ได้ ซึ่งผลประโยชน์นี้จะมากน้อยเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสัญญา โดยประกันชีวิตแตกต่างจากประกันสุขภาพคือสามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมได้ โดยประกันชีวิตก็มีหลายรูปแบบ ดังนี้

  • ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Wholelife) เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีวิตของผู้เอาประกัน โดยบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามเงื่อนไขที่ได้ทำไว้ในสัญญาหากผู้เอาประกันเสียชีวิต แต่ถ้าไม่เสียชีวิตและสามารถอยู่ได้จนถึงอายุ 99 ปี บริษัทจะคืนเงินให้ตามจำนวนที่ได้ตกลงกันเอาไว้ การทำประกันชีวิตรูปแบบนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกหลานของผู้เอาประกันมีเงินทุนสำหรับใช้จ่ายในอนาคต รวมถึงนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าทำศพหลังจากผู้เอาประกันได้เสียชีวิตไปแล้ว
  • ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term) เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีอายุจำกัด โดยบริษัทจะจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้รับประโยชน์หากผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในเวลาที่กำหนด เช่น 1 ปี 5 ปี 10 ปี เป็นต้น เป็นประกันที่คุ้มครองในกรณีเสียชีวิตเพียงอย่างเดียว ข้อดีคือเบี้ยประกันถูกกว่าประกันประเภทอื่น แต่ข้อเสียคือจะไม่ได้เงินคืนถ้ามีชีวิตอยู่จนครบเงื่อนไขการทำสัญญา
  • ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment) เป็นอีกประกันชีวิตที่มีอายุจำกัด แต่ไม่เหมือนกับประกันแบบชั่วระยะเวลา เพราะทางบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้ผู้รับผลประโยชน์ในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิต แต่ถ้าไม่เสียชีวิตและอยู่ครบตามสัญญา บริษัทจะจ่ายเงินคืนให้ตามที่ตกลงกันเอาไว้ จึงเป็นประกันที่เป็นรูปแบบผสมของการทำประกันชีวิตและการออมทรัพย์
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ(Annuity) มีลักษณะคล้ายคลึงกับประกันแบบสะสมทรัพย์ แต่จะเน้นผลตอบแทนมากกว่าการประกันชีวิต เพราะจะต้องจ่ายเบี้ยประกันให้ครบก่อนถึงจะได้รับผลประโยชน์ โดยเมื่อจ่ายเบี้ยครบแล้ว ทางบริษัทจะทยอยจ่ายเงินคืนเป็นงวดๆจำนวนเท่ากันเมื่อผู้ทำประกันมีอายุตั้งแต่ 55-85 ปีหรือมากกว่านั้น เป็นประกันที่เหมาะมากสำหรับคนที่วางแผนการเงินไว้สำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ข้อดีอีกอย่างของประกันประเภทนี้คือนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ประกันสุขภาพแตกต่างจากประชีวิตอย่างไร

สำหรับความแตกต่างระหว่างประกันสองแบบนี้จะอยู่ตรงที่ประกันสุขภาพนั้นให้ความคุ้มครองในเรื่องการจ่ายเงินชดเลยค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากทั้งอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงการจ่ายเงินชดเชยรายได้จากการนอนพักรักษาตัวโดยไม่สามารถทำงานได้ด้วย แต่จะไม่สามารถซื้อสัญญาใดๆเพิ่มเติมได้ ซึ่งผลประโยชน์จะตกแก่ผู้เอาประกันเป็นหลัก ส่วนประกันชีวิตนั้นจะคุ้มครองหากทุพพลภาพ เสียชีวิตหรือสูญเสียรายได้ในยามแก่ชรา ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกแก่ผู้รับผลประโยชน์หากผู้เอาประกันเสียชีวิต แต่ถ้าอยู่จนครบอายุสัญญาอาจจะได้เงินคืนหรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในประกันชนิดนั้นๆ และประกันชีวิตนั้นสามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมได้

จริงๆแล้วประกันนั้นยังมีอีกหลายรูปแบบ เพียงแต่ว่าประกันสองประเภทนี้เป็นประเภทที่คนทั่วไปนิยมทำกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละประเภทก็จำแนกแยกย่อยไปอีกหลายประเภท หวังว่าใครที่กำลังหาข้อมูลเพื่อวางแผนทำประกันอยู่ จะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์และเป็นแนวทางที่ดีในการตัดสินใจทำประกันนะคะ

 

Related Posts