Home ประกันอุบัติเหตุ เรื่องราวน่ารู้ กับประกันอุบัติเหตุ(Part I)
insurance

เรื่องราวน่ารู้ กับประกันอุบัติเหตุ(Part I)

by admin

ปัจจุบันนี้เราได้เห็นข่าวการเกิดอุบัติเหตุมากมายกันไม่เว้นแต่ละวัน เช่น ขับรถอยู่ดีๆก็เจอรถขับย้อนศรพุ่งมาชน นั่งทานอาหารบนร้านอาหารริมน้ำแล้วร้านถล่ม เป็นต้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงในชีวิตประวันที่หลายคนคาดกันไม่ถึง หลังเกิดอุบัติเหตุผลกระทบโดยตรงก็ตกอยู่ที่ตัวผู้ประสบเหตุนั่นเอง ซึ่งใครที่เจ็บน้อยก็โชคดีไป แต่ถ้าใครเจ็บมากจนต้องพิการหรือเสียชีวิต ผลกระทบที่ตามมาจะเป็นเรื่องใหญ่มากๆเลยทีเดียว ดังนั้นจึงอยากจะให้ทุกคนมาทำความรู้จักประกันอุบัติเหตุ ประกันที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายหากต้องประสบกับอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันกันค่ะ

insurance

 

ประกันอุบัติเหตุคืออะไร

ประกันอุบัติเหตุ คือแผนการทำประกันที่ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันในกรณีประสบอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บแล้วต้องเข้ารับรักษาตัวในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะบาดเจ็บเล็กน้อย เจ็บสาหัส สูญเสียอวัยวะหรือเสียชีวิต ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น บริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยวงเงินที่บริษัทจะจ่ายให้มากน้อยต่างกันไปขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา และถ้าผู้เอาประกันประสบอุบัติเหตุจนต้องทุพพลภาพหรือเสียชีวิต บริษัทก็ต้องจ่ายเงินทดแทนให้เช่นเดียวกัน

ประกันอุบัติเหตุมีกี่ประเภท

ประกันอุบัติเหตุมีอยู่ 3 รูปแบบ ดังนี้

  1. ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) เป็นประกันภัยที่ทำคุ้มครองเฉพาะบุคคลหรือจะรวมสมาชิกในครอบครัวไปด้วยก็ได้
  2. ประกันภัยอุบัติเหตุแบบกลุ่ม เป็นประกันภัยที่ทำสำหรับคุ้มครองกลุ่มบุคคลที่รวมกลุ่มกันไว้อยู่แล้ว เช่น ข้าราชการ พนักงานในองค์กร เป็นต้น ไม่ใช่กลุ่มที่มารวมขึ้นเองทีหลัง เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการมีสวัสดิการให้กับพนักงานองค์กรของตัวเอง ซึ่งการทำประกันแบบนี้จะคิดเหมาเป็นรายหัว
  3. ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักเรียนนักศึกษา เป็นประกันแบบกลุ่มอีกรูปแบบหนึ่งที่ทางสถาบันการศึกษาจัดไว้ให้นักเรียน นักศึกษาในสังกัดสถาบัน

รูปแบบการคุ้มครอง

ประกันภัยอุบัติเหตุมีรูปแบบการคุ้มครอง 2 รูปแบบได้แก่

1.แบบ อบ. 1

เป็นรูปแบบการคุ้มครองที่ซื้อได้ทั้งประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล แบบกลุ่มและแบบสำหรับนักเรียน นักศึกษา มีการคุ้มครอง 4 ลักษณะให้ซื้อ ดังนี้

  • การเสียชีวิต ต้องเสียชีวิตภายใน 180 วันนับตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ หรือบาดเจ็บจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บนั้น สูญเสียอวัยวะคือ อวัยวะนั้นถูกตัดออกไปหรือได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าอวัยวะนั้นๆไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป และกรณีทุพพลภาพถาวร ซึ่งก็คือ การได้รับความพิการทางร่างกายจนไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อีก แยกออกเป็นอีก 2 แบบคือ ทุพพลภาพถาวรแบบสิ้นเชิง กับทุพพลภาพถาวรเป็นบางส่วน
  • การทุพพลภาพชั่วคราวแบบสิ้นเชิง
  • การทุพพลภาพชั่วคราวแบบบางส่วน
  • การรักษาพยาบาล หากบาดเจ็บจากอุบัติเหตุแล้วได้รับการรักษาจากแพทย์ที่มีใบประกอบโรคอย่างถูกต้องบริษัทจะจ่ายค่ารักษาให้ตามที่จ่ายจริง แต่จะไม่เกินวงเงินที่กำหนดเอาไว้ และจะจ่ายเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายใน 52 สัปดาห์นับจากวันเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น
  • แบบ อบ.2

จะได้รับความคุ้มครองเพิ่มมากขึ้นจากแบบ อบ.1 ในเรื่องการสูญเสียนิ้ว การสูญเสียการพูด/การออกเสียง การสูญเสียการได้ยินและการทุพพลภาพอย่างอื่นอีกบางส่วน ซึ่งการคุ้มครองแบบนี้มีไว้สำหรับประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลและแบบกลุ่มเท่านั้น ส่วนประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักเรียน นักศึกษาไม่สามารถซื้อการคุ้มครองแบบ อบ.2 ได้

นอกจากความคุ้มครองข้างต้นที่กล่าวไปแล้ว ประกันอุบัติเหตุมักจะคุ้มครองครอบคลุมไปถึงการถูกทำร้ายร่างกายหรือการถูกฆาตกรรมด้วย ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม แต่ว่าหากผู้เอาประกันคิดเห็นว่าความคุ้มครองในส่วนนี้ไม่จำเป็น ก็สามารถแสดงความจำนงว่าไม่เอาประกันในส่วนนี้ได้ เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายก็จะลดลง ทั้งนี้ประกันอุบัติเหตุนั้นไม่ใช่จะคุ้มครองในทุกๆกรณี มีบางเงื่อนไขที่อยู่นอกเหนือจากการคุ้มครอง แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ขออนุญาตยกไปพูดคุยกันต่อในตอหน้านะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

 

Related Posts

ประกันอุบัติเหตุ

เรื่องราวน่ารู้ กับประกันอุบัติเหตุ(Part II)

by admin

ในครั้งที่แล้วก็ได้ทำความรู้จักกับประกันอุบัติเหตุกันไปมากพอสมควร รวมไปถึงการคุ้มครองในลักษณะต่างๆที่สามารถซื้อได้ แต่ว่ายังไม่ได้พูดถึงเงื่อนไขบางประการที่เป็นข้อยกเว้นในการได้รับผลประโยชน์ เพราะถึงแม้จะเป็นประกันอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมในทุกกรณี รวมถึงการจ่ายเบี้ยประกันก็ถูกแพงแตกต่างกันด้วย ใครที่สนใจอยากทำประกันอุบติเหตุแต่ยังมีข้อสงสัยในเรื่องนี้อยู่ มาดูรายละเอียดกันค่ะ

ข้อยกเว้นในการได้รับผลประโยชน์

ประกันอุบัติเหตุจะให้ความคุ้มครองในเรื่องเสี่ยงภัยที่เป็นเรื่องพื้นฐานทั่วๆไปเท่านั้น ดังนั้นบริษัทประกันจึงมีการกำหนดเงื่อนไขบางประการเพื่องดเว้นในการจ่ายเงินประกันด้วย เช่น

  1. การฆ่าตัวตาย หรืออาการบาดเจ็บจากการพยายามฆ่าตัวตาย
  2. การทำร้ายร่างกายตนเอง
  3. การกระทำที่เกิดอันตรายที่ผู้เอาประกันกระทำภายใต้ฤทธิ์สุราหรือยาเสพติด
  4. การเข้าร่วมเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท
  5. การก่ออาชญากรรม หรือหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  6. การแข่งกีฬาหรือการทำกิจกรรมที่เสี่ยงอันตราย เช่น บันจี้จั๊ม การแข่งรถ เจ็ตสกี เป็นต้น
  7. การเข้าร่วมการชุมนุมประท้วง การก่อจลาจล การก่อกบฏของประชาชนที่ต้องการต่อต้านรัฐบาล
  8. การเกิดศึกสงคราม
  9. การแท้งลูก
  10. การโดยสารหรือขับขี่รถจักรยานยนต์
  11. การโดยสารบนเครื่องบินที่ไม่ใช่เครื่องบินพาณิชย์ เช่น เฮลิคอปเตอร์ เป็นต้น
  12. การได้รับบาดเจ็บในกรณีเข้าปราบปรามหรือปฏิบัติหน้าที่ในสงครามหากผู้เอาประกันเป็นทหาร ตำรวจหรืออาสาสมัคร เป็นต้น

ข้องดเว้นการได้รับผลประโยชน์นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่

ข้อยกเว้นการได้รับผลประโยชน์ที่กล่าวถึงไปด้านบนสามารถเปลี่ยนแปลงได้บางประการ ซึ่งหากผู้เอาประกันต้องการความคุ้มครองก็สามารถจ่ายเบี้ยประกันเพื่อขยายขอบเขตการคุ้มครองเพิ่มเติมได้ แต่จะได้แค่ 5 ประการเท่านั้น คือ

  1. การโดยสารหรือการขับขี่รถจักรยานยนต์
  2. การศึกสงคราม
  3. การเล่นกีฬาหรือการทำกิจกรรมที่เสี่ยงอันตราย
  4. การโดยสารเครื่องบินที่ไม่ใช่เครื่องบินพาณิชย์
  5. การก่อจลาจล

เบี้ยประกันถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

ลักษณะการจ่ายเบี้ยประกันจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย ดังนี้

  1. ประเภทของประกันภัย การทำประกันแบบกลุ่ม ค่าเบี้ยประกันจะถูกกว่ามาก ยิ่งกลุ่มคนนั้นมีจำนวนคนเยอะ ค่าเบี้ยก็จะยิ่งถูกลง ส่วนเบี้ยประกันภัยแบบนักเรียน นักศึกษานั้นจะถูกกว่าทั้งสองแบบแรก แต่ทั้งนี้ค่าเบี้ยก็จะแตกต่างกันไปตามระดับการศึกษาด้วย เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยสำหรับเด็กวัยอนุบาลจะถูกกว่าระดับอุดมศึกษา เป็นต้น
  2. อาชีพ เบี้ยประกันจะมี 4 ระดับตามลักษณะอาชีพที่ทำคือ ทำงานประจำในสำนักงาน ทำงานที่ต้องทำกลางแจ้ง ทำงานด้านช่างมีการใช้เครื่องจักรกลหนักหรือต้องเดินทางเป็นประจำ ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ เช่น นักแสดงผาดโผน เป็นต้น ซึ่งเบี้ยประกันจะเริ่มจากน้อยไปมากตามลำดับ
  3. อายุ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปจะต้องจ่ายค่าเบี้ยสูงกว่าผู้ที่อายุน้อยกว่า
  4. ความคุ้มครองที่เลือกซื้อ ค่าเบี้ยประกันจะผันแปรกับความคุ้มครองที่จะได้รับ เช่น ต้องการการคุ้มครองแค่ทุพพลภาพหรือเสียชีวิตแต่ไม่คุ้มครองเรื่องค่ารักษาพยาบาล จะจ่ายเบี้ยถูกกว่าผู้ที่ต้องการคุ้มครองเรื่องค่ารักษาพยาบาลด้วย ยิ่งถ้าซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับเงื่อนไขที่ได้รับการงดเว้นไม่ได้รับผลประโยชน์ เช่น สงคราม การโดยสารเครื่องบินที่ไม่ใช่เครื่องบินพาณิชย์ เป็นต้น เบี้ยก็จะยิ่งสูงมากขึ้น
  5. จำนวนเงินเอาประกัน หากซื้อจำนวนเงินเอาประกันไว้สูงมาก เบี้ยประกันก็จะสูงตามไปด้วย

พอจะมองเห็นภาพประกันอุบัติเหตุกันได้ชัดเจนมากขึ้นแล้วใช้ไหมละคะ จะเห็นได้ว่าประกันนี้เป็นประกันที่จำเป็นไม่แพ้ประกันชีวิตรูปแบบอื่นๆเลย เพราะอุบัติเหตุนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนและก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นในวันไหน การทำประกันอุบัติเหตุไว้จึงเป็นหลักประกันอีกแบบหนึ่งที่จะช่วยให้อุ่นใจเวลาต้องประสบกับอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันค่ะ

 

Related Posts